ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอเล่าเรื่องแปลกๆก่อนนิด

มีครั้งหนึ่งสักปีที่แล้วน่ะค่ะ รุป่วยแบบไม่มีสาเหตุ
ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำก๊อก ทั้งที่กินอะไรไม่ลงเลย ตกค่ำจะไข้ขึ้นสูงมาก
เป็นอยู่ตั้งหลายวัน หาสาเหตุไม่ได้ บิดก็ไม่ใช่ท้องไม่ปวดเลย

จนถึงวันหนึ่งที่ไข้ขึ้นจนแทบไม่รู้สติแล้ว นอนแบบเพ้อพิษไข้เลย
จู่ๆก็ดีขึ้น แล้วก็ตื่นมาเห็นแม่ออกมาจากห้อง มาจดๆอะไรสักอย่าง
(ต้องนอนนอกห้องเพราะนอนแอร์ไม่ได้)

เช้ามาไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล แม่เล่าว่า เมื่อคืนแม่ฝัน

ฝันว่าพารุมาโรงบาลนี่ล่ะ แล้วก็ยืนรอลิฟท์อยู่ชั้นล่าง
แล้วก็เดินไปตามเจ้าหน้าที่หรือยังไงนี่ล่ะ บอกให้รุรออยู่หน้าลิฟท์ตรงนี้นะ ห้ามไปไหน
กลับมาอีกทีรุหายไปแล้ว....หายังไงก็หาไม่เจอ

สัญชาตญาณความเป็นแม่บอกว่า ลูกหายไปคราวนี้ไม่ได้คืนแน่ๆ
พยายามตามหาสุดชีวิตเลย ทำยังไงก็หาไม่เจอ

..

ในฝันแม่เดินร้องไห้ไปเรื่อย จนไปเจอเพื่อนอยู่ตรงกองไม้ตรงที่ว่าง (แต่ปัจจุบันเป็นเซเว่น)
ร้องไห้เล่าให้เพื่อนฟัง ท้อจนแทบจะถอย แม่ก็คิดได้ว่า เฮ้ยรุน่าจะพกมือถือนี่นา ลองโทรหาดูดีกว่า
ก็เลยเอามือถือออกมาโทรเข้าเบอร์รุ (ฝันไฮโซนะ)

คนที่รับไม่ใช่รุ เป็นเสียงผู้หญิงคนหนึ่ง บอกว่า

หนูชื่อชนัฏพร น้องปลอดภัยดี ตอนนี้น้องอยู่กับหนูนี่แหละค่ะ

แม่รุได้ยินตอนแรกก็ปรี๊ดแตก โวยวายจะเอาลูกคืน แต่พอรู้ตัวก็ขอโทษขอโพย
บอกว่าคืนให้ป้าเถอะ ลูกป้าป้าก็รัก ป้าอยากได้ลูกคืน

ผู้หญิงคนนั้นเลยบอกทางให้เดินเข้ามาในตึก
ระหว่างเดินก็เจอพ่อกำลังคุยกับผู้ชายอีกคนได้ยินขอบคุณอะไรกัน แล้วเขาก็บอกว่า
ผมก็อยู่ข้างลิฟท์นี่ล่ะครับ ไม่ไปไหนหรอก
(ตรงนั้นเป็นชั้นสองที่เป็นตึกศัลย์ชาย แม่จึงคาดว่าพี่คนนั้นเขาคงเดดอยู่ข้างลิฟท์)

จะบอกว่าตึกนี้แหละที่รุไปใช้บริการนอนป่วยบ่อยๆ ^^"
เป็นตึกพักคนไข้รวมแปดชั้นงิ ชั้นสองมั้งศัลย์ชาย

แม่เดินเลี้ยวเลาะเข้าตามซอกที่ตึกจริงๆของโรงบาลไม่มี
แล้วก็มาถึงห้องที่พี่ชนัฏพรอยู่ เป็นห้องเล็กๆ แต่ก็มีเตียง มีแอร์ ตู้เย็นเล็กๆด้วย
เด็กๆนอนหลับอยู่บนเตียงหลายคน พี่เขาอุ้มอยู่ก็มี รุก็นอนอยู่แถวๆหัวเตียงนั้นเอง
พอเห็นแม่ พี่ชนัฏพรก็ยิ้ม แล้วทำท่าพยักเพยิดบอกว่าให้อุ้มกลับไปเถอะ
แม่รุเลยอุ้มรุออกมา แล้วก็ตื่น ออกมาจดชื่อพี่เขาไว้

ตอนนั้นเองที่รุไข้ลงแล้วก็ดีขึ้น ตื่นมาเจอแม่เปิดประตูออกจากห้องพอดี

..

แม่ว่าถ้าวิญญาณมาเข้าฝัน ต้องบุญญาธิการสูงส่งจริงๆ ถึงจะพูดคุยกับเราได้

พี่ชนัฏพรเขาน่าจะมีบุญมากอยู่ ได้อยู่ที่สบาย แม้จะคุยกันไม่ได้ (แต่โทรหาได้ ฮา)

ทุกวันนี้เวลาทำบุญหรืออุทิศส่วนกุศลก็นึกถึงพี่เขาอยู่

+

เข้าเรื่องนิด เกริ่นยาวมากมาย

คือรุเนี่ยเคยอยู่สองหรือสามครั้ง ที่พอเห็นหน้าคนหนึ่งแล้วรู้สึกแปลกๆ
เหมือนว่าหน้ามันซีดเหมือนกระดาษ เหมือนว่าหน้ามันคล้ำเหมือนมีเงา
แล้วหลังจากนั้น....เขาก็ตาย

อาเจ็กรุก็เป็นหนึ่งในนั้น ตอนวันรับปริญญารุ รุคิดว่าทำไมอาเจ็กหน้าซีดยังงี้
ซีดๆ คล้ำๆ มันดูพิกลบอกไม่ถูก รุก็มองแล้วมองอีกมันก็ไม่หาย
ไม่กี่วันต่อมาอาเจ็กก็หัวใจล้มเหลว

เพื่อนที่ทำงานของแม่ก็เคย...เห็นหน้าแล้วคิดว่ามีอะไรแปลกๆ
แล้วน้าเขาก็เกิดอุบัติเหตุ
แต่ตอนเห็นน่ะมันไม่เอะใจหรอก...คิดแค่ว่าแปลก เพราะงั้นก็เลยทำอะไรไม่ได้เลย

เรื่องของเรื่องคือ หมู่นี้บางครั้งรุก็เห็นมันบนหน้าตัวเองเนี่ยสิ -_-
อย่างดูกระจกเห็นหน้าตัวเองซีดเหมือนกระดาษ
ก็ว่าคิดไปเองนะ แอร๊ยยย (ในการ์ตูนเขาต้องมองไม่เห็นลางของตัวเองไม่ใช่เหรอ)
หรืออาจจะเป็นสาเหตุอื่น เช่นกินข้าวน้อยรึเปล่าเมื่อเช้า
ยังดีที่ยังไม่เคยเห็นเป็นเงาคล้ำๆแบบนั้น ก็โอเคนะ

ไม่ได้ตีโพยตีพายอะไรมาก เจริญมรณานุสติ (ฮาาาา)

แต่รุคิดว่า ถ้าฝันของแม่เป็นเรื่องจริง หมายความว่ารุน่าจะต้องตายไปแล้วรึเปล่า
ถ้าพี่เขาสงสาร ก็เลยส่งรุคืนมา แปลว่ารุเพียงแค่ต่อเวลาอยู่ใช่มั้ย?
คิดแบบนั้นแล้ว ถ้าเกิดเวลาที่ต่อมามันหมดไปเมื่อไรก็คงไม่แปลกเลยสินะ
บางครั้งก็กลัวนะ เฝ้านึกถึงพี่ชนัฏพรเขาอยู่เหมือนกัน
ไม่ใช่เรื่องทำใจง่ายๆแค่ว่า ฉันอาจจะตายนะ อืมโอเค

แต่เวลาคิดแบบนั้น มันทำให้เราได้คิดถึงประโยคที่คลาสสิคๆว่า
ถ้าพรุ่งนี้จะตาย วันนี้คุณอยากทำอะไร

พอถึงเวลาจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่างที่อยากทำหรอก
วันนี้ก็คงเป็นหนึ่งวันธรรมดาๆเหมือนเมื่อวานและพรุ่งนี้นั่นแหละ
อยากเล่นพาราชู้ต? อยากปีนเขา? อยากดำน้ำลึก?
อยากไปถ่ายรูปสัตว์ป่า? อยากเรียนดนตรีให้เก่งๆ?

มีหลายอย่างที่แค่การที่ "พรุ่งนี้จะตาย" ไม่สามารถเสกมันขึ้นมาให้เราได้


แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาๆก็เหมือนกัน
รุอยากพูดอยากทำอะไรหลายอย่างกับอีกหลายคน มีหลายอย่างที่รุคิดว่าอยากทำ
แต่ไม่ใช่ว่าแค่อยากพูดอยากทำแล้วจะพูดจะทำได้แค่เพราะ"พรุ่งนี้ฉันอาจจะตาย"
ยังต้องดูสถานการณ์โดยรอบและหลายๆอย่าง

จริงอยู่ว่าถ้ารุเกิดตายขึ้นมา หลายๆคนนั้นก็คงจะเสียใจ และบอกว่า "รู้งี้..."
รุอยากจะบอกคนพวกนั้นนะว่า ไม่ต้องหรอก ไม่เป็นไร
เรารู้กันว่า "รู้งี้" นั้นไม่มีวันเกิดขึ้นถ้ารุยังไม่ตาย เพราะสถานการณ์มันเป็นไปไม่ได้
ไม่ว่าจะฝั่งคนที่จะตาย หรือฝั่งคนที่คนรอบข้างกำลังจะตาย
เราทำได้ดีที่สุดก็แค่ใช้ชีวิตวันนี้ไปตามปกติ

เพราะงั้นช่วงหลังมานี้รุคิดว่า จะคิดกันให้ซาบซึ้งทำไมว่า "ถ้าพรุ่งนี้ตายจะทำอะไร"
ไม่มีอะไรเป็นพิเศษที่เราสามารถจะทำได้ถ้าเราจะตายพรุ่งนี้
วาดฝันกันไป สุดท้ายสิ่งที่ทำได้จริงมีน้อยนิดมากๆ แค่ใช้ชีวิตตามปกติไปเท่านั้น
เพราะฉะนั้นชีวิตปกตินี่แหละที่สำคัญที่สุด ทำให้ดีๆ

ตอนนี้รุก็พยายามทำให้ไม่เดือดร้อนใคร (เท่าที่ทำได้ - -")
ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ทำตัวดีๆให้พ่อแม่สบายใจบ้าง ทำเรื่องที่ตัวเองชอบบ้าง
(แต่ก็ต้องมีกวนตีนคนอื่นบ้าง หงุดหงิดบ้าง เหลวไหลบ้าง ก็คนนี่นะ
ถ้าตายพรุ่งนี้แล้วเป็นคนดีกันหมดล่ะก็คงแปลกพิลึก)

รุอาจจะไม่สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปทุ่งเคนย่าเพื่อไปถ่ายรูปสิงโต
แต่รุก็เล่นกับหมาที่บ้านนานขึ้นอีกนิด

อาจจะไม่บินไปทะเลเพื่อไปดำน้ำลึกวันนี้
แต่เวลาล้างจานก็สนุกขึ้นอีกนิด

อาจจะไม่ได้เล่นพาราชู้ตหรือโดดร่ม
แต่ก็มองท้องฟ้าได้กว้างขึ้นอีกนิด

อาจจะไม่มีปัญญาเรียนดนตรีเยอะๆ
แต่ก็มีแก่ใจร้องเพลงหงุงหงิงในห้องน้ำเพิ่มมากขึ้นอีกนิด

อาจจะไม่ได้ซื้ออุปกรณ์ปีนเขาแล้วฝึกปีนวันนี้
แต่เวลาเดินขึ้นเนินก็บ่นน้อยลงอีกนิด

และที่สำคัญก็พยายามอ้อนพ่อแม่ขึ้นอีกนิด ให้เขารู้สึกว่าเขาสำคัญสำหรับเรา
ใช้เวลาด้วยบ้างทำงานช่วยบ้าง (แต่ก็มัวแต่เล่นคอมแฮะ - -)
เพราะเป็นคนที่จะเสียใจที่สุดถ้าเราตายไป

นั่นคือความหมายของการใช้ชีวิตอย่างมีค่าเพื่อพร้อมจะตายวันพรุ่งนี้สำหรับรุล่ะ

Comment

Comment:

Tweet

Hot!

"และที่สำคัญก็พยายามอ้อนพ่อแม่ขึ้นอีกนิด ให้เขารู้สึกว่าเขาสำคัญสำหรับเรา"
^
^
^
ที่ผ่านมา เคยคิดแต่ว่า จะทำอย่างไรให้ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ ให้พ่อแม่หมดห่วง
แต่ลืมคิดในมุมกลับ

#11 By ม่อน on 2010-12-20 19:54

จะเม้น 2-3 รอบแล้วเกิดแอ้คซิเดนท์ทำให้เม้นไม่ได้ sad smile



"ถ้าพรุ่งนี้จะตาย วันนี้จะทำอะไร?"
เป็นคำถามที่คลาสสิกแต่ก็ใช้ได้จริงนะ รุจัง
จริงอย่างที่พูด ที่ว่า ถ้าพรุ่งนี้จะตาย คงทำไม่ได้ทุกอย่าง
แต่ก็แค่ว่า สิ่งเล็กๆน้อยๆที่อยากทำในวันนี้ ก็น่าจะทำก่อน

รุจังอาจจะไม่ได้ไปเคนย่าเพื่อรูปสิงโต แต่หากการเล่นกับหมาที่บ้านเป็นสิ่งทั่วๆไปที่ทำทุกวัน ก็ลองแสดงความรักกับมันมากขึ้นไหม พาไปเดินเล่น ซื้อปลอกคอใหม่ให้ แสดงให้รู้ว่า เรารักมันนะ ถึงพรุ่งนี้ มะรืนนี้ จะอยู่ หรือจะไม่อยู่ แต่วันนี้ อยากให้มันรับรู้ว่า เราอยู่กับมันนะ

ส่วนตัวลูนะ คิดว่า คำถามนั้น ทำให้เรากล้าที่จะแสดงความรักกับคนที่เรารักมากขึ้น กล้าทำในสิ่งที่เราอยากทำมากขึ้นมากกว่า

อ่า พอดีว่า ลูตั้งใจจะส่งโปสการ์ดให้รุจัง(และอีกหลายๆคน)อีกครั้ง เพิ่งปริ้นที่อยุ่มาเมื่อ2วันก่อนเอง แต่ยังไม่ได้ลงมือสักที เจอเอ็นทรี่นี้ เลยทำให้คิดว่า ถ้าไม่เริ่มลงมือ ก็คงไม่ได้ส่งสักที และบางทีลูอาจจะไม่อยู่ถึงวันที่มีโอกาสได้ส่งก็ได้ confused smile

แม้เราจะไม่ได้คุยกับบ่อยนัก แต่ลูก็ชอบรุจังนะ ดีใจจริงๆที่มีโอกาสได้คุยด้วย ได้รู้จักกัน :D

#10 By Luscinia on 2010-06-09 13:14

ตอนที่คิดว่าตัวเองอาจจะตาย ในใจก็เรียกหาแม่ แต่นอกจากแม่แล้วกลับเรียกชื่อผู้ชายคนนึงที่อยู่ไกลแสนไกลและไม่ได้รู้จักกันเลย
ตอนนั้นก็คิดแต่ว่ายังมีอะไรไม่ได้ทำอีกเยอะ
แต่ก็คิดอีกว่า ถ้าตายแล้วคงได้ไปที่ที่อยากไปได้ละมั้ง ก็เบาใจลงนิดหน่อย

อาจเพราะ...รู้้สึกว่าใช้ชีวิตคุ้มพอสมควรแล้ว อะไรที่ฝันไว้ก็เป็นจริงมากแล้ว เลยไม่ค่อยเสียดายมั้งครับ

#9 By HAKURO on 2010-06-07 22:10

สำหรับเรา เราคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตน่าลองไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานดูนะคะ มันเป็นอะไรที่เกินคุ้ม

#8 By toma on 2010-06-07 20:24

- -" ....ลองไปบวชชีพราหมณ์ซัก15วันสิคับ ถ้าทำแล้วมันดีขึ้นก็บวชต่อไปอีกซักหน่อย พอเลิกบวชก็ไปทำบุญต่อดวงชะตาน่าจะดีขึ้นนะ
sad smile คิดว่านะคับ....เห็นที่รุจังเขียนแล้ววิธีนี้แว่บเข้ามาในหัวซะงั้น

#7 By ルイ (rui) on 2010-06-07 16:05

มองปัจจุบันแล้วทำให้เต็มที่ สู้ ๆ ค่ะ big smile Hot!

#6 By D-faxtory on 2010-06-07 14:08

นึกถึงเรื่อง อิคิงามิ
ถ้ารู้เวลาแน่นอน ก็คงจะมีอะไรต้องทำอีกเยอะ

กรณีนี้ยังไม่แน่นอน อาจจะเร็วหรือจะช้า
แต่ทุกคนรู้ว่าตัวเองต้องตายแน่อน ถึงจะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

ถ้าจะใช้ชีวิตอยู่ในสภาพพร้อมที่จะตายได้ตลอด
ก็จะดีตรงที่ จากไปได้โดยไม่มีอะไรติดค้าง
แต่ก็ไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาเป็นพิเศษ

กลับกัน ถ้าไม่ได้คิดเรื่องความตาย
ก็จะมัวแต่สร้างนู่น สร้างนี่
สร้างฐานะ สร้างชื่อเสียง
วันรุ่งขึ้น ไม้จิ้มฟันทิ่มเหงือกตายซะงั้น sad smile

สรุป อยู่แบบสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆ(อย่างที่พิมพ์มา)
ถึงจะตายก่อนทำเสร็จ ก็ไม่เป็นไร
ถือว่าได้ทำแล้วล่ะ..มั้ง (พิมพ์เอง งงเอง..)

ปล.จะมาหลอกก็ได้นะ จะได้เตรียมวิ่ง wink

#5 By Pop L'Arc on 2010-06-07 13:45

แต่รุคิดว่า ถ้าฝันของแม่เป็นเรื่องจริง หมายความว่ารุน่าจะต้องตายไปแล้วรึเปล่า
ถ้าพี่เขาสงสาร ก็เลยส่งรุคืนมา แปลว่ารุเพียงแค่ต่อเวลาอยู่ใช่มั้ย?

^
^

มีโปรฯ ซิมเติมเงินด้วยวุ้ย...โอนผ่านเอทีเอ็มได้ไหมเนี่ย?

-----------------------------------

ทุกวันนี้มีคนไม่น้อยที่บอกผมว่า ผมนี่ช่างใช้ชีวิตได้ ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

น่าแปลก

แต่ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่า ชีวิตนี้จะใช้ให้คุ้ม......

ชีวิตคนเรา มันคุ้มได้จริงเหรอ???

มีเงินเป็นพันล้าน แลกกับความวุ่นวายที่ได้มาระหว่างทาง
มีแฟนเป็นสิบๆ คน แลกกับการปิดบังซ่อนเร้นไปวันๆ
มีหน้าที่ตำแหน่งใหญ่โต แลกกับลูกน้องหน้าไหว้หลังหลอกที่คอยสมเพชลับหลัง

ชีวิตคนเรา มันคุ้มได้จริงเหรอ???

หรือในทางกลับกัน

ชีวิตนี้ มันคุ้มแล้ว ไม่ใช่เหรอ?

คำสอนเก่าๆ แว่วมาในหัว....“เกิดก็เกิดตัวเปล่า ทุกวันนี้มีเสื้อผ้าแค่ชุดเดียว ก็กำไรแล้วไม่ใช่เหรอ?”

----------------------------------

“ชีวิตกูคือกำไร” (เจ้าลอย – หลายชีวิต: ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

#4 By ทศ21 on 2010-06-07 13:21

เอาสีเพิ่มอีกไหม
อยากได้สีไรก็บอกนะ
อ่านแล้วบอกได้อย่างเดียวว่าใจหายเลยอ่ะรุจี้

#3 By Wisor on 2010-06-07 13:21

เป็นผมสงสัยได้นั่งรถกลับบ้าน ไปตายที่บ้าน เหะๆ
เจอแอชชี่คราวหน้าช่วยแกล้งทักด้วยละกัน ถือว่าผมฝากนะ 555Hot! Hot!

#2 By Tongy on 2010-06-07 12:55

เครือข่าย 3g ครอบคลุมถึงยมโลก
ถ้าพรุ่งนี้จะตายคงทำตัวปรกติเหมือนวันธรรมดาๆ
ผลาญเงินที่มีอยู่(น้อยนิด)แล้วก็บอกรักสาวที่หมายป้องไว้ละมั้ง :P

ปล. เจอกันคราวหน้าอย่ามาทักหน้ามีเงานะ ฆ่ากันดีกว่าHot!

#1 By Firstchildren on 2010-06-07 12:35