part b - 1

posted on 29 Jul 2010 00:30 by myartbox

part a - 1

 

- 0 -

 

ฉันปิดหน้าเว็บไซต์ลง บทความของวันนี้เกี่ยวกับความมืดในใจคนตามที่เว็บมาสเตอร์สัญญากับฉันไว้ มันก็คงแปลกอยู่ที่เด็กผู้หญิงอายุเท่าฉันจะเข้าเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งชุมนุมของเหล่าคนที่รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในอีกมิติของโลก - ในมิติที่มืดดำ - และได้แต่มองออกไปยังแสงสว่างที่คนทั่วไปอาศัยอยู่ (ไม่สิ ต่อให้ไม่ใช่เด็กผู้หญิง หรืออายุมากกว่านี้ คนที่เข้าเว็บไซต์แบบนี้ก็ยังแปลกอยู่ดีล่ะมั้ง)

ถึงแม้ว่าฉันยังเด็ก แต่ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองแปลกจากคนทั่วไปมาตั้งแต่จำความได้แล้ว แม่เล่าว่าฉันเฉยเมยอย่างสนิทต่อเพื่อนที่โรงเรียนมาตั้งแต่สมัยอนุบาล ไม่เล่นกับเพื่อน ไม่พูดกับครู ไม่ทำกิจกรรมอะไรทั้งนั้น นอกจากนั่งจ้องอากาศว่างเปล่าอย่างเหม่อลอย ทั้งครูและแม่ต่างก็พากันกลัวว่าฉันจะมีอาการผิดปกติทางจิตหรืออาจเป็นเด็กดาวน์ แต่ทุกครั้งที่พาไปทดสอบฉันก็ทำคะแนนได้สูงกว่าระดับไปคิวเฉลี่ยนิดหน่อย สุดท้ายพวกผู้ใหญ่จึงต้องยอมรับว่านี่คือลักษณะนิสัยของฉัน

เมื่อโตขึ้นพ่อแม่ก็เป็นห่วงฉันเรื่องการเข้าสังคม ซึ่งอันที่จริงไม่ต้องห่วงเลยก็ได้ เพราะฉันไม่สนใจจะเข้าสังคมเลยสักนิด มันยากเกินไปสำหรับฉันที่จะต้องจูนสมองเพื่อพูดคุยกับคนอื่นให้รู้เรื่อง การมีสื่อสารกับมนุษย์คนอื่นจะทำให้ฉันเหนื่อยมาก ลำพังแค่พยายามฟังให้ทันและรู้เรื่องว่าเขาพูดอะไรก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องตอบรับเวลาพูดคุยอีก แต่เนื่องจากจำเป็นต้องทำ ฉันก็สามารถพยักหน้า ยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงอารมณ์อื่น ๆ ให้ถูกจังหวะเวลาสนทนาได้นะ จะให้พูดจำพวก "อืม" "แย่จังนะ" จริงด้วย" ทำนองนี้ก็ได้ แต่อย่าได้หวังเลยว่าบทสนทนาจะเข้าไปอยู่ในสมองฉัน แค่คุยจบแล้วมาถามว่าเมื่อกี๊เพื่อนพูดเรื่องอะไร ฉันก็คงตอบได้แค่ว่า ไม่รู้

ยังมีเรื่องอื่นอีกมากในทำนองนี้ แม้ว่าจะไม่เหมือนเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์นี้เสียทีเดียว เพราะฉันยังไม่เคยเจอประสบการณ์เลวร้ายหนักเท่าเขา แต่ฉันก็รู้ตัวว่าอย่างฉันคงถือได้ว่าผิดปกติ พูดอีกอย่างคือฉันผิดปกติกว่าเขาหรือเปล่านะ ที่ใช้ชีวิตอยู่กับความมืดดำในตัวทั้งที่ไม่เคยเจอเรื่องหนักหนาอะไร ฉันเป็นของฉันแบบนี้อยู่แล้ว

 

 

- 1 -

 

สีดำของเว็บมาสเตอร์คงเป็นสีดำที่หนักหน่วงและขุ่นคลั่กจนทำให้ชีวิตมืดดำและเย็นชา แต่ของฉันนั้นเหมือนสีเทาหม่นที่ฉาบให้ทุกสิ่งกลายเป็นสิ่งซีดจางไร้ความหมาย จะดอกไม้ช่อใหญ่ หรือสัตว์เล็ก ๆ  สำหรับฉันก็งามเหมือนถุงพลาสติกที่ปลิวอยู่ตามท้องถนนนั่นแหละ หลายต่อหลายครั้งที่ฉันพยายามบอกให้ตัวเองมองหาความงามของโลก ของชีวิต หรือของอะไรก็ช่างให้เจอ ฉันอยากจะเชื่อว่าโลกนี้มีสีสัน แต่แล้วฉันก็พบว่าทุกสิ่งล้วนเป็นสีเทา - เป็นแท่งหินสีเทาที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว - ตามที่เขียนในบทความนั้น ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ไม่ว่าอะไรก็ตามฉันก็เข้าถึงไม่ได้ทั้งนั้น จะพยายามเท่าไรฉันก็ได้แต่เดินวนดูรอบ ๆ ไม่สามารถจะเอื้อมมือไปสัมผัสได้ และไม่เข้าใจได้เลยว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับมันได้ยังไง

นั่นสินะ ถ้าเป็นผู้คนที่อยู่ในโลกที่สว่างไสวทางฝั่งโน้น เขาจะมีความสุขใช่ไหมนะเวลาที่ได้พบดอกไม้งาม ๆ หรือเวลาเล่นกับสัตว์เลี้ยงน่ารัก เขาจะพบความอบอุ่นของการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นไหม เวลาที่เขาทุ่มเทความรู้สึกให้อะไรสักอย่างเขาจะรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งนั้นหรือเปล่า หรือเขาจะรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วในโลกนี้ ทุกสิ่งก็อยู่อย่างเดียวดายและไร้หนทางจะสื่อสารกันได้...แบบที่ฉันรู้สึกอยู่? เขาจะเคยกันไหมที่รู้สึกเหมือนโดนหนามนับไม่ถ้วนขีดข่วนไปตามร่างกาย เมื่อพยายามที่จะเข้าใจคนอื่นหรือพยายามปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้ เคยไหมที่จะรู้สึกเหมือนพื้นดินที่ยืนอยู่ถล่มลงไปในความมืดเวิ้งว้างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่ออยากจะสื่อสารกับคนอื่นแต่ไม่สามารถข้ามกำแพงไปได้ และจะเคยรู้สึกเหมือนข้างในตัวตรงที่หัวใจควรจะอยู่กลายเป็นรูไร้ก้นสีดำไหม เมื่อสุดท้ายแล้วตนไม่สามารถทำความเข้าใจในโลกที่อาศัยอยู่ได้เลยแม้สักนิดเดียว

ฉันรู้ดีว่าตัวฉันผิดปกติตรงไหนสักแห่งแต่บอกไม่ได้ว่าตรงไหนกันแน่ ฉันรู้ว่าโลกมันไม่ควรเป็นแบบนี้ แบบที่รู้สึกอึดอัดเหมือนตัวเองอยู่ในถุงแคบ ๆ แม้ว่าจะมองเห็นสิ่งภายนอกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สื่อสารไม่ได้ จับต้องไม่ได้ ขยับไปทางไหนก็เหมือนมีกำแพงตามไปกั้นอยู่ทุกที่ สุดท้ายสิ่งที่อยู่รอบตัวก็เหมือนไม่มีอยู่จริง เหมือนถูกล้อมรอบด้วยความมืดดำ ครั้งแรก ๆ ที่ฉันคิดว่าตัวเองคนเดียวเท่านั้นที่เป็นแบบนี้ก็ท้อใจเหมือนกัน จะอย่างไรคนรอบข้างก็ไม่มีวันเข้าใจ ว่าสำหรับฉันแล้วโลกนี้เป็นสิ่งที่จืดชืด สากผิว และไร้ความหมายขนาดไหน จนกระทั่งได้มาเจอเว็บไซต์นี้เข้าโดยบังเอิญ

ไม่หรอก ฉันไม่หวังจะหาคนที่เข้าใจในตัวฉันหรืออะไรแบบนั้นจากที่นี่ ฉันไม่คิดว่าตัวเองและคนอื่น ๆ ในเว็บนั้นสามารถจะเข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้หรอก เพราะขนาดฉันยังไม่สนใจจะเข้าใจในตัวของสมาชิกคนอื่นเลย แล้วก็ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่มย่ามถึงขนาดพยายามจะเข้าใจจิตใจฉันด้วย แค่คิดว่าโลกในด้านที่ฉันอยู่มีอยู่จริง และยังมีประชากรคนอื่นอาศัยอยู่บ้างก็เพียงพอแล้ว

คุณคงพอจะนึกออกว่าฉันไม่ได้มีแก่ใจจะสนทนาสมาคมกับคนอื่นสักเท่าไร แม้แต่ในเว็บไซต์ก็ตาม มีแต่เพียงเว็บมาสเตอร์เท่านั้นที่ฉันส่งอีเมล์คุยยด้วยเป็นครั้งคราว พี่เขาได้พบเจอโลกที่สีดำยิ่งกว่าของฉันขึ้นไปอีกมาก ฉันคงผิดปกติที่ชอบฟังเรื่องราวเหล่านั้นและความมืดมิดของโลกใบนั้น แต่ยังไงฉันก็ยังคิดว่าฉันต่างจากพี่เขาอยู่ดี เพราะเวลาอ่านบทความของเขาฉันมักรู้สึกถึงความรู้สึกอันลึกล้ำบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด ความหมดหวัง ความเศร้า ไปจนถึงความรู้สึกละเมียดละไมอีกหลายแบบที่เสริมแต่งให้โลกของพี่เขาเป้นสีดำที่สวยงามเหลือเกิน ในขณะที่โลกของฉันเป็นสีเทาซีดไม่เปลี่ยนแปลง โลกของฉันไม่มีความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น จนบางครั้งฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากถือมีดออกไปฆ่าคนตายเสียตอนนี้ ฉันจะมีความรู้สึกอะไรบ้างหรือเปล่า หรือถ้ามีคนบ้าเดินเอามีดมาแทงฉันตอนนี้ ฉันจะรู้สึกยังไงกันนะ

 

........

 

อาห์......ปวดหัวจัง ทำไมท้องเสียแล้วถึงเป็นไข้ได้ สรุปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

จริงๆ b-1 จะยาวกว่านี้มาก แต่ปวดหัวจนคิดไรบ่ออกแล้ว ไว้ค่อยมาเติมละกัน = =

 

Comment

Comment:

Tweet